JustMakeWeb.com รับทำเว็บไซต์ รับทำเว็บโรงแรม รับทำเว็บขายของ รับทำเว็บบริษัท เว็บสำเร็จรูป รับทำเว็บร้านค้า ออกแบบเว็บไซต์ ใช้งานได้ง่าย รองรับ SEO โปรโมท GOOGLE ให้ติดอันดับได้อย่างรวดเร็ว , ลงโฆษณาฟรี VPS ราคาถูก
รับทำเว็บไซต์
0
สถิติเว็บไซต์
เปิดเว็บเมื่อ : 2007-03-05
จำนวนสมาชิก : 415 คน
ปรับปรุงเมื่อ : 2017-11-17
จำนวนครั้งที่ชม : 3,257,534 ครั้ง
Online : 98 คน
จำนวนสินค้า : 211 รายการ
สนใจ สงสัย ไลน์ มาได้
   
 
ร้านค้า
ถูกใจ Like เลย
พื้นที่โฆษณาและแลกลิ้งค์
สารพัด Link




คำถามนี้ขอเป็นคำถาม น่าจะฮิตสุดล่ะกันครับ จึงเอาไว้ด้านบนสุด...

*** ถ้าโอนเงินแล้ว ลูกค้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่า ไม่โกง จะเบี้ยว ไม่ส่งของหรือเปล่า ?

ตอบ   ทุกครั้งที่เจอคำถามนี้ ผมเองก็ตอบไม่ถูกเหมือนกันครับ เพราะถ้าพูดอะไรไป คนที่มันจะโกง มันก็พูดโน้มน้าว อะไร ต่ออะไรได้ทั้งนั้น เมื่อผมเจอคำถามนี้ หรือขอเอกสารแสดงตัวตน โน่นนั่นนี่ ต่างๆ นาๆ มากมายเพื่อให้คุณลูกค้าพอใจ สบายใจ ผมมักจะเงียบหรือไม่ก็ไม่ขายเพื่อความสบายใจทั้ง 2 ฝ่ายครับ แล้วให้ลูกค้าท่านนั้น กลับไปดู ไตร่ตรองเอง ว่าควรจะซื้อของกับร้านนี้ไหมครับ เพราะผมเข้าใจว่าเงินเป็นพัน เป็นหมื่น ใครก็กลัวโดนโกงทั้งนั้นครับ เพราะมันมีข่าวอยู่...  ว่าไปเรื่องการโกง ถึงแม้จะส่งแบบ พกง. ก็ตาม ร้านที่มันจะโกงยังไงมันก็โกงครับ เช่น ลูกค้าสบายใจที่จ่ายเก็บเงินปลายทาง แล้วค่อยรับของ ถามว่าถ้าร้านเจตนาโกง ร้านอาจจะส่งของที่ไม่ใช่ไปให้ อาจจะเป็นของเสีย หรืออะไรก็ได้ ที่ตั้งใจจะโกงครับ (ต้องจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ก่อน จึงเอากล่องพัสดุมาแกะออกได้ ไม่สามารถแกะก่อนแล้วค่อยจ่าย) อีกอย่างครับ ร้านค้าที่ทำมาหากินจุดนี้ ทุกร้านเขาจะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวหมด ที่อยู่ เบอร์โทร แม้แต่หมายเลขบัตรประชาชน กล่าวคือร้านค้าอยู่ในที่โล่งแจ้ง สามารถตรวจสอบจากลูกค้าได้ง่ายกว่า ร้านค้าไปตรวจสอบลูกค้าครับ... และลูกค้าสามารถค้นหาข้อมูลได้จาก Google ว่าประวัติร้านนี้ ร้านนั้นเป็นอย่างไร เวบบอร์ดเคลื่อนไหวไหม (แต่เว็บนี้ จะไม่ให้ความสำคัญกับเว็บบอร์ดแล้ว เพราะโดนป่วน มีพวกชอบฝากโฆษณาการพนัน ไร้สาระ ซึ่งผิดนโยบายกับทาง Google Adsese ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนค่าโฆษณาหลัก ส่วนเรื่องการจัดส่ง จะแจ้งตรงกับทางลูกค้าท่านนั้นๆ โดยตรงทางไลน์ และ เมลย์แทน)  หรือ วิธีการอื่นๆ ก็ได้แม้แต่จะมารับของด้วย ตัวเองก็เป็นทางเลือกที่ดี อีกทางหนึ่ง เพื่อความสบายใจของลูกค้าครับผม อีกอย่าง ยกตัวอย่างบางร้านเค้าขายสินค้ามานานมาก อย่างผมตั้งแต่ปี 2007 จดทะเบียนการค้า จ่ายภาษีถูกต้องตามกฏหมาย ให้ข้อมูลแผนที่ตำแหน่งที่อยู่ชัดเจน ถามว่าถ้าโกง ไม่ซื่อ จะหากินอยู่บนเส้นทางนี้ ได้นานขนาดนี้หรือไม่ !! จึงนำมาเล่าสู่กันฟังครับ > _ <
 

FAQ (จักรยานไฟฟ้า แบต และมอเตอร์)
 
1) ในการชาร์จแบตเตอรี่ 1 ครั้งจะเสียค่าไฟฟ้า เท่าใด และใช้งานได้มากน้อยเพียงใด?
 
    ตอบ   ไม่เกิน 1 บาท สำหรับรุ่น 24V250W (0.85 บาท)   ขับขี่ปกติที่ความเร็วคงที่จะใช้งานได้ ประมาณ 20 กม.ถ้าใช้งานมีการขึ้นเนินหรือออกตัวบ่อย ใช้ได้ 15 กม.  แต่ถ้าใช้บ้าง เบาบ้าง ช่วยปั่นบ้าง จะได้ถึง 25 กม. และไม่เกิน 2 บาทสำหรับรุ่น 36V
2) มีความเร็วและสามารถรับน้ำหนักได้เท่าได?
 
    ตอบ แล้วแต่กำลังของมอเตอร์ครับ (ตอนนี้มีตั้งแต่ 250W - 1000W) ยกตัวอย่างรุ่น 24V250W มีความเร็วเฉลี่ย 20 กม/ชม รับนำหนักได้ถึง 140 กก. โดยเติมลมยางให้แข็งขึ้น หรือจะใช้ขาปั่นช่วยด้วยก็ทำได้ (ปกติโครงสร้างจักรยานรับน้ำหนักได้ประมาณ 120-140 กก. หากต้องการรับน้ำหนักมากกว่านี้ต้อง ใช้เป็น 3 ล้อแทน)
3) ขี่จักรยานไฟฟ้า กรำฝนได้หรือไม่ จะมีอันตรายจากไฟฟ้า หรือ ชุดไฟฟ้าจะเสียหรือไม่?
 
     ตอบ ได้ ไฟฟ้า 24-48 โวลท์ ยังไม่เป็นอันตราย ชุดไฟฟ้าไม่เสียเพราะอุปกรณ์ทั้งแบตและกล่องควบคุมอยู่ในกล่องเหล็กขันน็อตแน่นหนา บวกกับหุ้มด้วยเบาะหนังกันน้ำอีกชั้นหนึ่ง แต่ต้องไม่ให้มอเตอร์แช่ใน้ำ หรือฉีดน้ำเข้าด้านล่างตรงรูร้อยสายไฟ                 
4) มีระบบประกันสินค้าอย่างไร?
 
    ตอบ สำหรับรุ่น MB2425R/L-1 ,MB3630L-1, HF3635-1 (รุ่นที่ทางร้านทำไปสำเร็จแล้ว)อุปกรณ์ทั้งหมด รับประกัน 6 เดือน ในการใช้งานปกติ กล่าวคือไม่ถูกชนหรือกระแทกอย่างแรง หรือนำไปใช้งาน ผิดประเภท เช่น นำเอาแท่นชาร์จไปใช้อัดไฟให้แบตเตอรี่ประเภท NiCd , MHi ส่วนรุ่นอื่นๆ ที่ลูกค้า นำไปประกอบเองทางร้านจะลองก่อนส่งมอทุกรายการ แต่หากเสียระหว่างใช้ก็คุยกันเป็นกรณีๆ ไปครับ อาจจะช่วยคนละครึ่ง
5) แบตแตอรี่ใช้งานได้นานเท่าใด   การเปลี่ยนแบตเตอรี่มีค่าใชัจ่ายเท่าไร?
 
    ตอบ อ้างอิงแบตแห้งธรรมดา 12V9AH ชาร์จ 1 ครั้งไฟเต็มใช้งานได้ 15-25 กม. ชาร์จไฟได้ประมาณ 300 ครั้ง แบตเตอรี่ใหม่ชุดละ 1,000-1,500 บาท (แล้วแต่ลูกค้าเลือกซื้อราคา 500-600 บาทต่อลูก) ส่วนแบตพวกลิเทียมไอออน ระยะทางวิ่งได้ เป็นเท่าตัวครับ.
6) อยากทราบอายุการใช้งานของมอเตอร์
 
    ตอบ ในการใช้งานปกติ จะมีอายุใช้งานนานมาก 4-5 ปีเปลี่ยนแปลงถ่าน 1ครั้ง ประมาณ 250 บาทหากมีการใช้งานผิดพลาดถึงขั้นมอเตอร์ไหม้ ช่างพันมอเตอร์ต่างจังหวัดซ่อมได้ ส่วนรุ่น HUBMotor ใช้ลืมไปเลยเพราะไม่มีแปรงถ่าน จะมีก็ลูกปืนซ้ายขวา ซึ่งค่อนข้างจะไม่เสียกันง่ายๆ และมีอ่ะไหล่ขายตามท้องตลาด ส่วนขดลวดก็ไม่ไหม้กันง่ายๆ เพราะหากจะไหม้ได้กล่องควบคุมคงจะต้องพังหรือไม่ก็ตัดการทำงานก่อนครับ เพราะรับกระแสไม่ไหว จากวงจรตัดกระแสเกินในตัวกล่องควบคุมเอง...
7) ในการฃื้อเอาเฉพาะชุดคิต (หรือชุดโม) ไปติดตั้งเอง จะมีความยุ่งยากหรีอไม่
 
    ตอบ สำหรับรุ่นที่ติดตั้งแบบติดข้าง จะว่ายากก็ยากสำหรับมือใหม่ แต่ถ้าจับจุดเรื่องแนวโซ่ได้ก็ไม่ยากแล้วครับ เพียงแต่ต้องหาจักรยานที่ช่วงตะเกียบหลังไม่แคบจนเกินไป กล่าวคือควรมีมุม 55-60 องศา เพื่อที่จะได้ยึดแผ่นเพลทได้พอดี ส่วนจักรยานรุ่นที่มีเกียร์ ก็ต้องขึ้นซี่ลวดใหม่เพราะต้องเปลี่ยนปลอกใหม่ กรณีติดมอเตอร์ด้านซ้ายและกรณีของการติดมอเตอร์ด้านขวา อย่าให้โซ่เบียดตะเกียบจักรยานทั้ง 2 กรณี ต้องให้โซ่มอเตอร์ได้แนวขนานกับโซ่เดิมส่วนระบบไฟ ไม่มีอะไรต้องเชื่อม ปลั๊ก จะมีขนาดต่างกันเป็นคู่ๆ พร้อมอักษร จะไม่มีการเสียบผิดคู่ ส่วนรุ่นมอเตอร์ดุมล้อ หรือ HubMotor ติดตั้งง่ายที่สุดแล้วครับ เพียงนำมอเตอร์ไปขึ้นซี่ลวดกับวงล้อเดิม (ให้ร้านมอเตอร์ไซด์หรือร้านจักรยานช่วย ค่าขึ้น ประมาณ 130-180 บาท) แล้วนำมาใส่กับจักรยานเหมือนเดิมครับ - - - - > คู่มือสำหรับการติดตั้ง
8) ใช้ดิดตั้งกับจักรยานมีเกียร หรือเสือภูเขาได้หรือไม่?
 
    ตอบ ติดได้ครับ คือติดทางด้านซ้ายแทนขวา ยกเว้นกรณีที่รถคันนั้นใช้ดุมล้อแบบสวมไม่มีเกลียวขันชุดเกียร์ ดุมพวกนี้มักจะใช้กับชุดเกียร์มากกว่า 7 เฟือง (ใช้เพลาพิเศษ) จะต้องเปลียนใช้ชุด สเตอร์ไม่เกิน 7 เฟือง (แบบเกลียว) เพื่อใส่กับดุมล้อพิเศษที่ทางร้านให้ไป หรืออีกทางคือใช้มอเตอร์แบบดุมล้อแทน มีให้เลือกทั้งติดตั้ง หน้า-หลัง มี 2 ขนาด คือ 36V350W และ 48V1000W
9) ถ้าต้องการใช้งานไกล เช่น 40-50 กม จะทำอย่างไร?
 
    ตอบ เลือกใช้แบตเตอรี่ที่มีความจุมากขึ้น เช่นมีความจุ 21 AH (แทน 9 AH) ซึ่งจะใช้งานได้มากกว่า 60 กม (แต่ก็จะหนักและมีขนาดใหญ่ขึ้นมากด้วยเช่นกัน) หรือหากมีงบประมาณก็ใช้พวกลิเทียมไออน ซึ่งมีขนาดและนำหนักที่เบากว่าแต่มีประสิทธิภาพการจ่ายไฟที่ดีและยาวนานกว่ามาก..
.
10) กลัวว่าใช้ไปไม่กี่เดือน มีปัญหาแล้วหาอะไหล่ไม่ได้
 
     ตอบ ถ้าซื้อจากเราจะไม่มีปํญหา เพราะเราใช้ชิ้นส่วนร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆด้วย ไม่เหมือนกับที่นำเข้าเป็นครั้งคราวแล้วเลิกกิจการไป ทางเราจัดจำหน่ายและสะสมประสบการณ์มาตั้งแต่ ปี 2007 ด้วยความรู็ที่มีทางด้านนี้โดยตรง อีกทั้งเรามีการพัฒนาเผยแพร่ความรู้และต่อยอดผลิตภัณฑ์มาโดยตลอด

 
11) ข้อแตกต่างระหว่างมอเตอร์ดุม (HubMotor) ขนาดเล็กๆ กับแบบตัวใหญ่ๆ หนักๆ ?
 
     ตอบ    1. มอเตอร์ขนาดเล็กนี้จะมีเกียร์ภายใน (เป็นเกียร์พลาสติก) จึงไม่นิยมทำให้มีกำลังสูงมากๆ ได้เนื่องจากเฟือง อาจจะแตกเสียหายได้ง่าย ส่วนใหญ่จะมีขนาดไม่เกิน 350W  และเมื่อเทียบที่กำลังเท่ากัน มอเตอร์แบบดุมเล็กจะได้เปรียบเรื่องการกินไฟที่น้อยกว่า แต่แบบดุมโตๆ ได้เปรียบเรื่องกำลัง ความแรง และการใช้งานที่โหดๆ กว่าได้
               2. HubMotor แบบมีเกียร์นี้ (ดุมเล็ก) ราคาจะสูงกว่าแบบดุมใหญ่ ที่กำลังเท่าๆกัน
               3. มอเตอร์แบบมีเกียร์ (ดุมเล็ก) เมื่อหมุนเดินหน้า (ขับขี่ปกติ) จะเบาไม่หน่วงเพราะชุดเกียร์ภายในออกแบบมาให้เป็นแบบนี้ จะเหมาะกับรถที่ต้องการปั่นเบาๆ ยาวๆ  แต่จะไม่สามารถปั้่นไฟออกมาได้เหมือน Hubmotor แบบธรรมดา ที่ไม่ว่าจะหมุนไปทางไหนก็มีไฟออกมา ซึ่งจุดนี้ทางร้านจึงสามารถนำเอาคุณสมบัตินี้ มาพัฒนาเรื่อง การชาจ์ทกลับ และต่อยอดไปถึง จักรยานปั่นไฟ กังหันลม หรือกังหันน้ำได้ นั่นเอง..
              4. มอเตอร์แบบมีเกียร์ จะเดินหน้าทางเดียว เพราะถ้าหมุนถอยหลังจะหนืดเพราะระบบทดเกียร์ภายใน แต่ มอเตอร์ดุมใหญ่ (ไม่มีเกียร์) จะสามารถหมุนได้ทั้ง 2 ทาง จึงจะนิยมมากกว่า ถ้านำไปทำรถสามล้อ ที่ต้องการมีโหมดถอยหลัง..

 
 
12) หากไฟหมด หรือมอเตอร์เสียจะใช้งานอย่างไร?
 
     ตอบ สำหรับรุ่นติดข้างใช้งานเหมือนจักรยานธรรมดา ไม่มีแรงหน่วงอย่างที่บางคนคิด เพราะระบบมอเตอร์และการใช้เท้าปั่นธรรมดา สเตอถูกแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิงไม่เกี่ยวกันครับ แต่หากเป็นรุ่น HubMotor จะมีการหน่วงอยู่เล็กน้อย เนื่องจากการเหนี่ยวนำของสนามแม่เหล็ก แต่ถ้า HubMotor แบบมีเกียร์ภายในจะไม่หน่วงตอนเดินหน้า จะหน่วงเมื่อถอยหลัง
 
 
13) ขณะที่ใช้มอเตอร์ แล้วใช้ขาปั่นไปด้วยจะทำให้มอเตอร์เสียหายหรือไม่?
 
     ตอบ ไม่เสียหาย กลับดีเสียอีกเพราะจะรู้สึกเบาแรงและทำให้มีความเร็วสูงยิ่งขึ้น (แต่ถ้ามอเตอร์หมุนที่ความเร้วสูงแล้ว ขาเราก็ปั่นไม่ทันอยู่ดี)  กล่าวคือเสริมกันและยังช่วยให้ได้ระยะทางเพิ่มขึ้นอีกด้วยเพราะมอเตอร์จะทำงานน้อย กินกระแสน้อย ช่วยยืดอายุการใช้งานของมอเตอร์และแบตเตอรี่ แนะนำให้ช่วยปั่นช่วงออกตัว ขึ้นเนิน สะพานเป็นดีที่สุดครับผม..
14) ในกรณีที่มีการใช้งานแบตเตอรี่ 1 ลูก (จาก2ลูก) เพื่องานอื่น ทำให้ปริมาณไฟฟ้าที่เหลืออยู่ไม่เท่ากัน เมื่อทำการชาร์จไฟด้วยแท่นชาร์จที่ให้มาจะทำได้อย่างไร?
 
     ตอบ ทำเหมือนปกติ กล่าวคือ ปิดสวิตช์ ปลายหนึ่งของแท่นชาร์จเสียบไว้ที่กล่องแบตเตอรี่ อีกปลายหนึ่งเสียบที่เต้าไฟบ้าน
15) จำเป็นต้องให้ไฟหมดก่อนจึงชาร์จ หรือไม่?
 
     ตอบ ไม่จำเป็น เพราะแบตเตอรี่ที่ใช้เป็นประเภทตะกั่วกับกรดทีปิดสนิท (Sealed lead-acid battery) เหมือนที่ใช้ในรถยนต์  ไม่มีเมโมรี่เอฟเฟค (รวมถึงแบตแบบลิเทียมไออนด้วย)
. 
16) ในกรณีรถตะแตงหรือล้ม น้ำกรดจะหกออกนอกแบตเตอรี่หรือไม่ (แบตแห้งแบบตะกั่วกรด) ?
 
     ตอบ ไม่หก เพราะแบตเตอรี่เป็นประเภทปิดสนิท ไม่มีช่องเติมน้ำกลั่น ไม่มีช่องระบาย
17) ทำไมไม่ใช้แบตเตอรี่แห้ง แบบ "LiFePO4"  ติดตั้งในรุ่นที่ประกอบสำเร็จ ซึ่งเบากว่าเหมาะสมกับการใช้งานกว่า และจ่ายพลังงานได้สูงกว่า นานกว่า วิ่งได้ไกลกว่า ?
 
      ตอบ ราคาแบตแพงมาก 10,000-20,000 บาท (สินค้าบางรุ่นของทางร้านจึงไม่มีแบต เพื่อที่ลูกค้าจะได้ไปหาซื้อแบตได้เองตามความพอใจของลูกค้าครับ) ซึ่งทางร้านก็มีแบตประเภทนี้จำหน่ายด้วยเหมือนกัน แต่เป็นแบบ Pre Order
18) การที่โซ่ตัวทีติดมอเตอร์หย่อนควรทำอย่างไร?
 
      ตอบ ควรตั้งให้ตึงพอดี ถ้าหย่อนไม่มากนักก็ไม่เป็นอันตราย เพียงแต่มีเสียงรบกวนเท่านั้น
.
19) ถ้าต้องขับขี่บนถนนใหญ่ ต้องจดทะเบียนกับกรมการขนส่งหรือไม่?
 
      ตอบ ไม่ต้อง เพราะกฎหมายไม่ระบุไว้ แต่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าต้องจดทะเบียนฯ
 
 
20) Watt, Volt , Ah คืออะไรและมีความสำคัญอย่างไร กับจักรยานไฟฟ้า?
 
      ตอบ   Watt คือขนาดของมอเตอร์มีผลต่อความเร็ว และอัตราเร่งในการขับขี่ เปรียบเทียบเหมือน CC ของเครื่องยนต์ Watt ยิ่งสูง ยิ่งทำให้การออกตัวและกำลังในเวลาขับขี่มากขึ้น
               Ah มีผลต่อระยะเวลาในการชาร์จและการใช้งานในแต่ละครั้ง เปรียบเทียบเหมือนขนาดความจุของถังน้ำมัน ถ้าแบตเตอรี่มี Ah มากก็จะสามารถวิ่งได้ไกลมากขึ้น
               Volt มีความสัมพันธ์กับ Watt และ Amp กล่าวคือ Watt = Volt x Amp

21). ทำไมต้องซื้อร้านนี้ด้วย ร้านอื่นก็มีขายกัน ร้านนี้มีอะไรที่โดเด่นกว่าร้านอื่น?

     
ตอบ   eBikeThaikit.com ไม่ได้ดีที่สุดแน่นอนครับ ราคาสินค้าหรืออ่ะไหล่ บางรุ่น บางตัว อาจสูงกว่า ถูกกว่าที่อื่น (แต่จากประสบการณ์อันยาวนานในการจำหน่าย ตั้งแต่ปี 2007) ทางเราได้เปลี่ยนแปลงเลือกสินค้าที่มีคุณภาพที่สุด ปรับปรุง คุณภาพสินค้าหรืออ่ะไหล่บางตัว เพื่อให้มีความแข็งแรง และสะดวกต่อลูกค้ามากยิ่งขึ้นในการนำไปประกอบติดตั้งลำดับแรก เพื่อป้องกันความเสียหายหรือผิดพลาดจากการประกอบที่ไม่ถูกต้อง และจากประสบการณ์ตรงในการประดิษฐ์คิดค้น สร้างจักรยานไฟฟ้า ผสานกับความรู็ทางด้านเทคนิคที่ได้เร่ำเรียนมาทางสายนี้อยู่บ้าง  จึงกล้า "รับประกัน" ว่า สามารถให้ข้อมูลกับลูกค้าหรือ ผู้สนใจในจักรยานไฟฟ้าได้พอสมควร ไม่มากก็น้อยทั้งการทำงานของ วงจร ตัวอ่ะไหล่ หรือแม้แต่การซ่อมบำรุงทั้งระบบ ขอบคุณครับ.

 
 
แถมๆ กับเรื่องของ Battery Sealed Lead Acid (SLA)

1) คำจำกัดความของ " Cycle use" และ "Standby use"
      ตอบ  "Cycle use" ใช้เป็นแหล่งพลังงานโดยตรงให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ และมีการอัดและคลายประจุในการใช้งาน
              "Standby use" ใช้เป็นแหล่งพลังงานสำรองใช้เมื่อแหล่งจ่ายไฟหลักดับลง

2) ทำไมแรงดันชาร์จของ " Cycle use" สูงกว่า "Standby use"
     ตอบ  เนื่องจากใช้งานแบบ Cycle แบตเตอรี่เป็นแหล่งพลังงานโดยตรง การชาร์จควรทำที่เวลาสั้น ดังนั้นการตั้งแรงดันชาร์จที่สูงจะสามารถลดระยะเวลาการอัดประจุได้ (การอัดประจุเต็ม =Charge AH/ Discharge AH= 110 ~ 120%)

การใช้งาน

แรงดันชาร์จ (โวลต์ / เซล)

กระแสชาร์จสูงสุด (แอมป์)

อุณหภูมิ

ตามการออกแบบ

ช่วงแรงดันชาร์จ

Cycle use

20°C (68°F)

2.45

2.40 ~ 2.50

0.3C

Standby use

20°C (68°F)

2.275

2.25 ~ 2.30

 3) กระแสชาร์จที่แตกต่างกันมีผลอย่างไรต่อแบตเตอรี่
     ตอบ การใช้กระแสชาร์จสูงสามารถร่นระยะเวลาชาร์จได้ แต่อาจทำให้แบตเตอรี่ร้อนและเกิด Thermal runaway ได้

4) อาการ Thermal runaway จะเกิดขึ้นเมื่อใช้แบตเตอรี่ภายในอุณหภูมิ 40 – 50 °C เป็นเวลานาน Thermal runaway มีผลอย่างไรต่อแบตเตอรี่
     ตอบ Thermal runaway จะเกิดความร้อนขึ้นในตัวแบตเตอรี่ แบตเตอรี่ทำงานไม่สม่ำเสมอและอยู่ในสภาพอันตราย ไม่แนะนำให้ใช้งานแบตเตอรี่ในอุณหภูมิ 40 – 50 °C เป็นเวลานานจึงไม่ควรติดตั้งแบตเตอรี่ใกล้กับแหล่งผลิตความร้อนหรือสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิสูง

 

6) วิธีการตรวจสอบประสิทธิภาพของแบตเตอรี่
     ตอบ ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ถ้าใช้งาน 20 ชั่วโมง, 10 ชั่วโมง สามารถทำการคายประจุที่ 0.05 CA หรือ 0.1 CA จนกระทั่งถึงแรงดันสุดท้ายที่ 10.25 โวลต์ และคำนวณค่าความจุว่าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ ตัวอย่างเช่น ที่ 5 นาที แบตเตอรี่ 12V 5AH, สามารถใช้โหลด 21 วัตต์ต่อเซลล์คายประจุจนถึงค่าแรงดันสุดท้ายที่ 9.6 โวลต์ และทำการบันทึกระยะเวลาไว้ว่าถึง 5 นาที ตามข้อกำหนดหรือไม่

7) ถ้าเก็บแบตเตอรี่ได้นานเกิน 6 เดือน ที่อุณหภูมิ 30 °C มีวิธีใดสามารถนำแบตเตอรี่มาใช้ใหม่ให้ได้ประสิทธิภาพ 90% ภายในเวลา 1 ชั่วโมง
    ตอบ แบตเตอรี่ที่ถูกเก็บเกิน 6 เดือน จะสูญเสียความจุไปประมาณ 30 – 35% เราสามารถทำการอัดประจุ 0.3 CA, CV = 14.7V/PCS ในระยะเวลา 1 ชั่วโมง

8) มีวิธีบอกว่าแบตเตอรี่อยู่ในภาวะดีเหลือเสียได้อย่างไร 
    ตอบ ขั้นแรกตรวจสภาพทั่วไปของแบตเตอรี่เช่นขั้วขาดหรือลัดวงจร ตัวถังเสียหายหรือไม่ ถ้าอยู่ในสภาพดีต้องใช้วิธี discharge ตรวจสอบความจุ

9) Self - discharge จะลดประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ทีละนิด ดังนั้นควรเก็บแบตเตอรี่ในภาวะใด เพื่อให้เกิด Self – discharge น้อยที่สุด และจะสามารถกู้ประสิทธิภาพคืนได้อย่างไร
   ตอบ แบตเตอรี่จะลดประสิทธิภาพลงทีละเล็กน้อยเมื่อเก็บไว้ในระยะเวลาหนึ่งซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ขั้นตอนการทำการอัดประจุหลังจากเก็บแบตเตอรี่ไว้ระยะเวลาหนึ่ง

 
5) ความหมายของ 100% discharge และ 50% discharge
     ตอบ  เมื่อทำการคายประจุ ถ้าระยะเวลาคายประจุ คือ 10 นาที จนกระทั่งถึงแรงดันสุดท้ายในกรณีนี้ คือ 100% discharge แต่ถ้าใช้เวลาเพียง 5 นาที จะเรียกว่า 50% discharge (โหลดเท่าเดิม) ตามตารางความสัมพันธ์ระหว่างกระแส dischargeและแรงดันไฟฟ้าสุดท้าย

กระแส discharge (แอมป์)

แรงดันไฟฟ้าสุดท้าย

0.2C > (A)
0.5C > (A)> 0.2C
1.0C > (A)> 0.5C
(A)> = 1.0C

1.75
1.7
1.55
1.30

 

อุณหภูมิ Storage

ช่วงเวลาการอัดประจุเพิ่ม

วิธีการอัดประจุ

ต่ำกว่า 20 °C ( 68 °F ) ทุก 6 เดือน แรงดันคงที่ที่ 2.275โวลต์ต่อเซลล์
ในระยะเวลา16 - 24 ชั่วโมง
20 – 30 °C ( 68-86 °F ) ทุก 3 เดือน แรงดันคงที่ที่ 2.45โวลต์ต่อเซลล์
ในระยะเวลา5 -8 ชั่วโมง

30 °C ( 86 °F )

ไม่ควรเก็บที่อุณหภูมิสุงกว่านี้

กระแสคงที่ที่ 0.05CA
ในระยะเวลา5 -8 ชั่วโมง

โดยปรกติการอัดประจุครั้งแรก อาจไม่ได้ประสิทธิภาพถึง 100% แต่สามารถเพิ่มขึ้นได้ เมื่อทำการอัด และคายประจุ เกิน 3 ครั้งขึ้นไป

10) อาการ Over-discharge คืออะไร และมีผลอะไรต่อแบตเตอรี่
     ตอบ คือ อาการที่แรงดันสุดท้ายต่ำกว่าปรกติ ซึ่งจะทำลายคุณภาพของแบตเตอรี่อย่างรุนแรง
1. Over discharge ทำให้เกิดการใช้งาน active material มากเกินไปซึ่งจะทำให้ส่วนผสมทางเคมีของแบตเตอรี่เปลี่ยนไป จะทำให้คุณภาพของแผ่นธาตุลดลง
2. จะเกิด ตะกั่วซัลเฟต( PbSO4 ) มากเกินไป ซึ่งจะทำลายโครงสร้างของแผ่นธาตุ การทำการอัดประจุใหม่อาจไม่ทำให้ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่กลับคืนมา
3. ซึ่งการทำการอัดประจุใหม่หลังจากการทำการคายประจุมากกเกินไปอาจทำให้ ตะกั่วเสียหายอีกครั้ง

11) เราจะทราบได้อย่างไรเมื่อแบตเตอรี่เสีย
    ตอบ (1) ประสิทธิภาพต่ำลง เก็บไฟไม่อยู่
           (2) แรงดันลดต่ำลงมาก
           (3) ไม่สามารถทำการอัดหรือคายประจุได้
           (4) ตัวถังผิดรูป หรือบวม


 

 
                                          มีปัญหาหรือข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้ที่ 084-1468656